แมงกระพรุ่นกล่อง หรือ คูโบซัว
แมงกระพรุนกล่อง พิษร้ายอันตรายถึงชีวิต
แมงกะพรุนกล่อง (Box jellyfish) หรือต่อทะเล (Sea wasp) เป็นแมงกะพรุนพิษที่มีรายงานว่าทำให้เสียชีวิตได้บ่อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแมงกะพรุนชนิดอื่น ๆ โดยในประเทศไทยสามารถพบแมงกระพรุนกล่องที่มีพิษร้ายแรงได้เกือบทุกจังหวัดชายทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน
แมงกะพรุนกล่อง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลักษณะโปร่งใส หรือมีสีฟ้าอ่อน น้ำตาลอ่อน ชมพู หรือไม่มีสี จึงทําให้สังเกตได้ยากเวลาอยู่ในน้ำ รูปร่างคล้าลูกบาศก์ คล้ายร่ม หรือระฆังควํ่า มีขนาดแตกต่างกันไป แต่ละมุมของตัวสี่เหลี่ยมจะมีขายื่นออกมาก่อนจะแตกเป็นหนวด อาจมีหนวดมากถึง 15 เส้น แต่ละเส้นยาวได้ถึง 3 เมตร หนวดสามารถยืดออกไปได้ไกลเพื่อปล่อยกะเปาะซึ่งมีเข็มพิษ (nematocyst) ออกมาจับกินปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร แมงกะพรุนยิ่งมีขนาดตัวใหญ่จะยิ่งมีพิษมาก เพราะมีจํานวนของกะเปาะที่ภายในมีสารพิษบรรจุอยู่จํานวนมากกว่า มีดวงตาเกาะกลุ่มกัน 4 กลุ่ม ว่ายน้ำได้เร็ว และสามารถเคลื่อนที่แบบพุ่งตัวขึ้นสู่บนผิวน้ำได้อย่างรวดเร็วถึง 5 ฟุตต่อวินาที
แมงกะพรุนกล่องก็ได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่
1. ลักษณะมีหนวดหลายเส้น –มีหนวดแบบแตกแขนงสามารถปรับได้ 60 ส่วนมีถุงกระเพาะอาหาร (gastric saccules) มักจะพบบริเวณทะเลน้ำลึกระดับเอวหรือระดับเข่า บริเวณที่เป็นช่องและพื้นทะเลเป็นทรายไม่มีหรือแนวหินที่บริเวณใกล้ป่าชายเลนและปากแม่น้ำในทุกฤดูกาลแต่มักจะพบในช่วงเดือนที่มีอากาศอบอุ่นในซอฟต์ – โตรอนโต้หลังฝนตกและลมแรง พิษจากแมงกะพรุนกล่องไฮดรอลิกจากแมงกะพรุนกล่องการปกครองกลุ่มนี้ส่วนมากบริเวณที่ได้รับพิษมีอาการปวดคอเครื่องยนต์ที่ทำให้เกิดอาการหายภายใน 4-12 ชั่วโมงและปรากฏเป็นรอยไหม้ในรายที่มักจะพบว่าความหลากหลายของผิวที่ได้รับพิษตาย และกรณีที่ได้รับพิษอาจส่งผลให้สามารถตรวจพบหรือหมดความรู้สึกเป็นเวลานานโคม่าและเสียชีวิตซึ่งในรายที่เสียชีวิตนั้นเกิดจากสาเหตุระบบหัวใจหรือระบบหายใจ
2. จุดที่มีหนวด แต่ละเส้นการแตกแขนงๆไม่มีถุงกระเพาะอาหารที่พบกับได้ทุกพื้นที่และทุกสภาวะอากาศที่สามารถพบได้ตามชายหาดแนวโสโครกตามเกาะหรือบริเวณทะเลเปิดความหมายไทยวิจัยญี่ปุ่น DL รังสีฮีติอินเดียและทางอากาศตอนเหนือของอังกฤษในสนามที่มีลมอ่อนๆ พัดลมที่มีความร้อนปานกลาง แมงกะพรุน… สาเหตุแรกอาจเป็นไปได้และอาจเกิดขึ้นได้ในบางครั้งที่ 5 - 40 นาทีที่อาจพบอาการปวดศีรษะปวดหลังปวดท้องอย่างมีประสิทธิภาพ เหงื่อออกเป็นส่วนๆ ไอเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็งเกร็งในบางครั้ง และ หัวใจเต้นเร็วแต่มักจะไม่ทำให้เสียชีวิตเพียงแต่ทำให้รู้สึกได้ไม่สบายซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้จมน้ำได้
จะทำความผิดจากแมงกะพรุนพิษ
ในกรณีที่พิจารณาตัวแมงกะพรุนที่กล่าวมานั้นยากที่จะทราบถึงอาการของความเชื่อแมงกะพรุนที่เป็นเหตุของความเชื่อถือไม่ได้เป็นสาเหตุว่าทำไมจึงต้องหาข้อมูลประวัติข้อมูลพื้นที่สังเกตและลักษณะการแสดงเป็นหลัก
เมื่อถูกพิษแมงกะพรุนกล่อง
ผู้ป่วยที่เข้าข่ายว่าเกิดจากแมงกะพรุนกล่องชนิดมีหนวดหลายเส้น
- ความรู้สึกหลังสัมผัสหนวดทันที
- แดงผื่นเป็นเส้นๆขดวนคล้ายสายแมงกะพรุน กรณีโดนมากอาจเป็นรอยไหม้
- ความเจ็บปวดสัมผัสแมงกะพรุนผู้ป่วยมักจะปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- หมดสติหายใจ
ผู้ป่วยที่เข้าข่ายว่าเกิดจากแมงกะพรุนกล่องชนิดมีหนวดเส้นเดียว
- ส่วนภายใน 5 – 40 นาทีหลังสัมผัสหนวด
- ส่วนใหญ่ไม่มีรอยแผลบ่อยๆได้ ส่วนใหญ่จะเป็นลายนูนแดงหรือรอยไหม้แต่รอยสายจะจำนวนไม่มากเท่าแมงกะพรุนชนิดหลายสาย
- ปวดคันที่แผล ร่วมกับอาการอื่นๆ (Irukandji syndrome) เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ปวดข้อเป็นผลสืบเนื่อง หายใจไปเรื่อยๆ หน้าอกแน่น ใจสั่น เหงื่อแตกกระสับกระวานในรายอาจเกิดอาการหมดสติได้
- วิธีการปฐมพยาบาลที่สัมผัสแมงกะพรุนกล่อง
- นำผู้ไปสู่การเพิ่มขึ้นของน้ำและต้องคำนึงว่าผู้ช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยจากแมงกะพรุน
- ตัดเสื้อผ้าออกในบริเวณที่สัมผัสพิษ
- เรียกให้คนช่วยเหลือและเรียกรถพยาบาล
- ผู้มีอำนาจหมดสติไม่ได้หายใจหรือไม่มีความพยายามทำอะไรช่วยฟื้นคืนชีพตามหลัก CPR ทันที
- แนะนำให้ผู้เข้ารับการบำบัดอยู่นิ่งๆ ระวังและสัมผัสกับผู้อื่นหรือขัดถูบริเวณสัมผัสสายหนวดแมงกะพรุน
- เหตุผลที่สัมผัสถูกแมงกะพรุนให้ราดด้วยประโยชน์ที่ใช้กันตามครัวเรือน (สำหรับส่วนประกอบ 4-6) 30 ส่วนน้ำส้มสายชูซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพไม่ให้กะเปาะพิษยิงเข็มพิษจึงไม่ได้ลดความเจ็บปวดเนื่องจากผู้ได้รับพิษเพิ่มขึ้นตามปกติไม่มีน้ำส้มสายชูนั่นเอง น้ำส้มสายชูมักจะนำมาใช้แทน แต่จะไม่ดีเท่ากับประโยชน์
- ไม่ใช่น้ำเปล่าเปล่าอัดลมน้ำรสเปรี้ยวหรือน้ำปัสสาวะมักจะกระตุ้นพิษมากขึ้น
- ให้อุปกรณ์คีบเอาหนวดแมงกะพรุนและเมือกที่ติดตามตัวผู้เห็นผลออกมาจากราดด้วยน้ำส้มสายชูแล้วโดยไม่ใช้มือสัมผัสโดยตรง
- ใช้น้ำแข็งประคบที่อธิบายถึงวิธีการเบื้องต้น
- หากสัมผัสถูกตาให้ล้างตาด้วยน้ำเกลืออย่างต่อเนื่อง 15-30 นาที และหากมีอาการเจ็บตาสู้แสงไม่ได้หรือส่วนใหญ่ภาพไม่อย่างเห็นได้ชัดรีบไปพบแพทย์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น